รายการตรวจเช็คสำหรับการตรวจสภาพตามกำหนดเวลา CESG (FUP3 - ตรวจเช็ค)
รายการตรวจเช็คสำหรับการตรวจสภาพตามระยะเวลาของระบบความปลอดภัย
การใช้งานระบบถังไฮโดรเจนในรถยนต์ BMW Hydrogen 7 ทั้งหมดมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงมาก เพื่อให้แน่ใจว่าโครงสร้างโดยรวมซึ่งประกอบด้วยชุดควบคุม Clean Energy และซอฟต์แวร์โปรแกรมเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับเป็นพิเศษสำหรับระบบไฮโดรเจนทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบตลอดเวลา จึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องทำการตรวจเช็คการทำงานของระบบความปลอดภัยเป็นประจำ
รายการตรวจเช็คด้านล่าง รวมไปถึงคำแนะนำการซ่อม ทำหน้าที่ในการแนะนำขั้นตอนที่เหมาะสม และอธิบายลำดับการทำงานในการตรวจเช็คโดยเรียงตามลำดับเวลา ออปชั่นการตรวจเช็คในโมดูลทดสอบข้างเคียง, สถานะที่สามารถอ่านได้ และการอ่านหน่วยความจำรหัสความผิดปกติในฟังก์ชั่นฟังก์ชั่นชุดควบคุมของชุดควบคุม Clean Energy (CESG) รองรับเฉพาะรายการตรวจเช็คนี้เท่านั้น ในการทำการสั่งงานต่างๆ และการตรวจเช็คสถานะ (ด้านบนของวาล์วทั้งหมด) จำเป็นจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ”กล่อง FUP”
ก่อนที่จะเริ่มต้นการตรวจเช็คการทำงานแต่ละอย่างของระบบความปลอดภัย จะต้องต่อกล่อง FUP นี้เข้ากับระบบรวมตามคำแนะนำการซ่อม !
ก่อนเริ่มทำงานใดๆ ควรถอดชุดควบคุม Moviline ออกเพื่อป้องกันไม่ให้มีการส่งผ่านข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติที่เกิดขึ้นในระหว่างการทดสอบ FUP ไปยังสำนักงานใหญ่ของ BMW หลังจากดำเนินงานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องต่อชุดควบคุม Moviline ใหม่อีกครั้ง !
หมายเหตุ :
1.) ขอแนะนำให้พิมพ์รายการตรวจเช็คนี้ออกมา และใช้ปากกา 'ขีดฆ่า' หัวข้อแต่ละหัวข้อเพื่อบอกถึงความคืบหน้าและปฏิกิริยาในแต่ละส่วน รวมทั้งเพื่อจดโน้ตเกี่ยวกับตรวจเช็คแต่ละอย่าง ...
2.) ก่อนการตรวจเช็คในแต่ละส่วน รวมทั้งหลังจากมีการกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกแต่ละครั้ง (ดูที่ด้านล่าง) และหลังจากการให้แก๊สกับเซ็นเซอร์ H2 ทุกครั้ง (ดูที่ด้านล่าง) ให้ลบหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่า ถ้ามีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ให้ทำการแก้ไขตามขั้นตอนนั้นๆ ก่อนที่จะเริ่มต้นงานใดๆ ใหม่
3.) ทุกครั้งที่แหล่งจ่ายไฟของชุดควบคุม Clean Energy หยุดทำงาน (เช่น ดึงคอนเนคเตอร์ชุดสายไฟออก) จะต้องลบหน่วยความจำรหัสความผิดปกติและหน่วยความจำข้อมูลความผิดปกติทั้งหมดออก หลังจากนั้น จะต้องปรับตั้งชุดควบคุมให้อยู่ในโหมดสแตนด์บาย ... มาตรการเหล่านี้จะช่วยกรองเพื่อหาข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติที่มีสาเหตุมาจากการถอดสายชุดควบคุม
4.) นอกจากนั้น หลังจากการตรวจเช็คบางส่วนสิ้นสุดลงโดยเกิดจากการกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกด้วยการใช้สวิตช์บนกล่อง FUP ให้ปรับสวิตช์ที่มีการทำงานทั้งหมดกลับไปยังตำแหน่งเริ่มต้น
5.) การทดสอบโดยที่ฝาปิดที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงเปิดออกและถอดอะแดปเตอร์วงจรกระแสไฟฟ้าออก :
ทุกครั้งหลังจากการทดสอบบางส่วนสิ้นสุดลงโดยเกิดจากการกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิก จะต้องตรวจเช็คอะแดปเตอร์วงจรกระแสไฟฟ้า ต้องปิดฝาปิดที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิง มิฉะนั้นจะไม่สามารถทำการปลดล็อคการเติมเชื้อเพลิงได้
6.) ทุกครั้งหลังจากการทดสอบบางส่วนสิ้นสุดลง ต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ในโหมดไฮโดรเจนเพื่อให้สามารถนำความดันสัมบูรณ์ 14 บาร์ ของแอคคิวมูเลเตอร์ความดันของวาล์วแบบนิวเมติกมาใช้ได้ !
ข้อควรระวัง / ต้องปฏิบัติตาม !
จะต้องทำการตรวจเช็คระบบความปลอดภัยตามเวลาที่นัดหมายทุกครั้ง !
รถยนต์ BMW Hydrogen 7 จะออกจากศูนย์บริการได้ต่อเมื่อการตรวจเช็คการทำงานทั้งหมดได้รับการรับรองว่า ”OK” จากช่างเทคนิคบริการที่ผ่านการรับรองแล้วเท่านั้น !
ห้ามข้ามการตรวจเช็คใดๆ
การทดสอบทั้งเจ็ดชนิดต่อไปนี้เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับการตรวจเช็คการทำงานของระบบความปลอดภัย (FUP 3) :
- การตรวจเช็คระบบเตือนแก๊ส (GWA) ในโหมด >Park<
- การตรวจเช็คการยกเลิกการเติมเชื้อเพลิงโดยระบบเตือนแก๊ส (GWA)
- การตรวจเช็คการอินเตอร์ล็อคของการสตาร์ทเครื่องยนต์ในระหว่างเติมเชื้อเพลิง
- การตรวจเช็คการยกเลิกการเติมเชื้อเพลิง
- การตรวจเช็ค GWA ในโหมด >Drive<
- การตรวจเช็คปฏิกิริยาในกรณีที่มีการทำงานผิดปกติในโหมด H2
- การตรวจเช็คการแข็งตัวของสารหล่อเย็นในระบบแลกเปลี่ยนความร้อน (KWWT)
การทดสอบ 1 : ระบบเตือนแก๊สในโหมด >Park<
- การเตรียมการ / ทรัพยากรที่ต้องการ :
การปฏิบัติ : พิมพ์คำแนะนำการซ่อมที่เกี่ยวข้อง (RA 61 35 HX9 เซ็นเซอร์ไฮโดรเจนในห้องเครื่องยนต์ รวมทั้ง RA 6135 H10 เซ็นเซอร์ไฮโดรเจนในแผงหลังคา)
การปฏิบัติ : ทำเซ็นเซอร์ H2 ทั้งสองตัว (ภายในรถยนต์และห้องเครื่องยนต์) ให้สามารถเข้าถึงได้
การปฏิบัติ : ปิดหน้าต่างทุกบาน ปิดประตูและหน้าต่างทั้งหมด แล้วออกจากรถ
(หมายเหตุ : ถ้าต่อชุดควบคุมวิทยุเข้ากับเครื่องทดสอบโดยใช้สายเคเบิล ต้องเดินสายเคเบิลนี้ผ่านกระจกที่เปิดออกเล็กน้อย)
การปฏิบัติ : จัดเตรียมแก๊สทดสอบที่มีความเข้มข้น H2 อยู่ที่ 3.0 เปอร์เซ็นต์ปริมาตร (Vol%) รวมทั้งอะแดปเตอร์เซ็นเซอร์
- การเตรียมสภาพรถยนต์ในแต่ละกรณี :
การปฏิบัติ : ถอดสวิตช์กุญแจออก (= เทอร์มินอล 0)
การดำเนินการซ้ำ : ทำให้ชุดควบคุม Clean Energy เข้าสู่โหมดสแตนด์บาย ก่อนที่จะใช้แก๊สทดสอบกับ H2 และควรปรับตั้งสถานะการไม่ทำงานนี้โดยใช้โมดูลทดสอบที่อยู่ในรายการทางด้านขวามือ
การดำเนินการซ้ำ : ก่อนที่จะจ่ายแก๊สให้กับเซ็นเซอร์ H2 แต่ละตัว ให้ต่อท่อจ่ายแก๊สเข้ากับเซ็นเซอร์ที่จะตรวจเช็ค
- ่จ่ายแก๊สทดสอบให้กับเซ็นเซอร์ H2 :
การดำเนินการซ้ำ : จ่ายแก๊สทดสอบให้กับเซ็นเซอร์ H2 ทั้งสองตัวอย่างต่อเนื่องจนกว่าสัญญาณเตือน H2 จะทำงาน สัญญาณเตือนค่าสูงจะต้องทำงานในแต่ละกรณีที่ 2.0 % ปริมาตร ให้จ่ายแ๊ก๊สทดสอบที่ตำแหน่งต่อไปนี้ :
หมายเหตุ : อาจใช้เวลาถึง 10 นาทีก่อนที่สัญญาณเตือนจะทำงาน
- ดูที่ RA 61 35 H10 (เซ็นเซอร์ภายใน)
- ดูที่ RA 61 35 HX9 (เซ็นเซอร์ห้องเครื่องยนต์)
- การตรวจเช็คปฏิกิริยา :
การปฏิบัติ : เมื่อสัญญาณเตือนแต่ละตัวทำงานแล้ว ให้เปิดสวิตช์เทอร์มินอล R และทำการวิเคราะห์ต่อไป (ต่อหัวต่อการวิเคราะห์)
ใช้โมดูลทดสอบ : ตรวจเช็คว่า 3.) ส่งผลให้มีเกิดข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ / ข้อมูลหน่วยความจำในเซ็นเซอร์ H2 แต่ละตัวหรือไม่
การตรวจสอบด้วยสายตา : ตรวจเช็คว่ามีการเปิดกระจกประตูในกรณีที่มีสัญญาณเตือน H2 ภายในหรือไม่ กรณีเดียวที่กระจกประตูอาจจะไม่เปิดคือ เมื่อจ่ายแก๊สให้กับเซ็นเซอร์ H2 ในห้องเครื่องยนต์
การตรวจสอบด้วยสายตา : ตรวจเช็คจอแสดงผลในแผงหน้าปัด จอแสดงผลสามารถปรากฏขึ้นได้หลังจากเสียบสวิตช์กุญแจแล้วเท่านั้น (= เทอร์มินอล R) จอแสดงผลจะแสดงขึ้นจนกระทั่งมีการส่งสัญญาณไปยังสัญญาณเตือน H2
การตรวจสอบด้วยสายตา : ตรวจเช็คว่าไฟเตือน LED ทั้งสี่ดวงในประตูกะพริบเมื่อมีการจ่ายแก๊สไปที่เซ็นเซอร์ในการตรวจสอบซ้ำแต่ละครั้ง (ไฟ LED จะต้องกะพริบ)
- ลักษณะที่เห็นได้ชัดและข้อคิดเห็น :
การปฏิบัติ : ให้จดโน้ตเกี่ยวกับลักษณะที่เห็นได้ชัดอื่นๆ และเขียนข้อคิดเห็นไว้
การทดสอบ 2 : การยกเลิกการเติมเชื้อเพลิงโดยระบบเตือนแก๊ส
- การเตรียมการ / ทรัพยากรที่ต้องการ :
การปฏิบัติ : พิมพ์คำแนะนำการซ่อมที่เกี่ยวข้อง (RA 16 00 H22 การต่ออะแดปเตอร์วงจรกระแสไฟฟ้า / RA 6135 H12 เซ็นเซอร์ไฮโดรเจน NSK / RA 61 35 H13 เซ็นเซอร์ไฮโดรเจนที่ท่อเติมเชื้อเพลิง / RA 16 00 H24 การต่อกล่อง FUP)
การปฏิบัติ : ติดอะแดปเตอร์วงจรกระแสไฟฟ้าที่ถังเชื้อเพลิงด้านที่ใช้เติม
การปฏิบัติ : ทำเซ็นเซอร์ H2 ทั้งสองตัวให้สามารถเข้าถึงได้ (ที่คัปปลิงการเติมและแค็ปซูลระบบสำรอง)
การปฏิบัติ : จัดเตรียมแก๊สทดสอบที่มีความเข้มข้น H2 อยู่ที่ 3.0 เปอร์เซ็นต์ปริมาตร (Vol%) รวมทั้งอะแดปเตอร์เซ็นเซอร์
- การเตรียมสภาพรถยนต์ :
การปฏิบัติ : ปลดล็อคการเติมเชื้อเพลิงของรถยนต์ ให้ทำดังนี้ :
- ปรับรถยนต์ให้อยู่ในตำแหน่งเทอร์มินอล R ทำงาน
- สร้างความดันภายในถังไฮโดรเจนให้น้อยกว่า 5.3 บาร์ความดันสูงเกิน
หมายเหตุ : จะสามารถสร้างความดันดังกล่าวได้ถ้าสั่งงานรถยนต์ในโหมดไฮโดรเจนขณะที่รถอยู่กับที่ และสามารถอ่านค่าความดันสูงเกินได้โดยใช้เมนูที่เกี่ยวข้องในแผงหน้าปัด หรือในฟังก์ชั่นชุดควบคุมก็ได้
- ต้องให้แน่ใจว่าระดับเชื้อเพลิงในถัง (ปริมาณไฮโดรเจนในถัง) มีน้อยกว่า 80 % (น้อยกว่า 7200 กรัม)
- หยุดการทำงานของเครื่องยนต์และปรับคันเลือกเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่ง P และเข้าเบรกจอดรถ (EMF) ไว้
- ปรับรถยนต์ให้อยู่ในสถานะซึ่งไม่มีการเตือนแก๊ส - และไม่มีการเตือนนี้บันทึกไว้หน่วยความจำรหัสความผิดปกติด้วย
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวาล์วปิดระบบเครื่องยนต์ปิดอยู่ (สามารถระบุได้โดยการเรียกรายการสอบถามในฟังก์ชั่นชุดควบคุมสำหรับชุดควบคุม CE)
หมายเหตุ : โดยปกติ ชุดควบคุม CE จะมีลักษณะต่อไปนี้ : วาล์วที่ปิดอยู่จะส่งคืนค่า PWM เป็น 0 % เสมอ
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการบันทึกสัญญาณการชนหรือความผิดปกติที่บันทึกไว้สำหรับการชนที่เคยตรวจพบไปแล้ว อยู่ในหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ (สามารถระบุได้โดยการเรียกรายการสอบถามในฟังก์ชั่นชุดควบคุมสำหรับชุดควบคุม CE) และต้องแน่ใจว่าระบบเซ็นเซอร์จับการชน (ISIS) ทำงาน
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการบันทึกความผิดปกติสำหรับส่วนประกอบใดๆ ของระบบเตือนแก๊สไว้ในหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ
หมายเหตุ : ความผิดปกติที่อาจถูกบันทึกไว้จะต้องได้รับการแก้ไขตามขั้นตอนทางเทคนิคนั้นๆ ก่อนที่จะทำงานอื่นๆ ถ้าเห็นว่าเหมาะสม สามารถที่จะลบหรือไม่พิจารณาความผิดปกติเล็กน้อยของเซ็นเซอร์ได้
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่ของระบบไฟฟ้ารถยนต์ รวมทั้งแบตเตอรี่ CE ได้รับการชาร์จมาอย่างเพียงพอ (มากกว่า 70 %)
หมายเหตุ : สถานะการชาร์จต่ำจะทำให้เกิดข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ
การปฏิบัติ : เรียกขอให้ทำการปลดล็อคการเติมเชื้อเพลิงโดยการกดสวิตช์ฝาปิดที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงสองครั้ง (ฝาปิดที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเปิดออก)
การปฏิบัติ : ต่ออะแดปเตอร์วงจรกระแสไฟฟ้า (ในตอนนี้ รถยนต์จะพร้อมสำหรับเติมเชื้อเพลิงแล้ว)
หมายเหตุ : ไฟ LED ”SS” จะติดสว่างขึ้นที่กล่อง FUP เพื่อยืนยันว่าวงจรกระแสไฟฟ้าถูกต่อแล้ว
ตรวจเช็คกล่อง FUP : ไฟ LED สำหรับวาล์วการเติมสำหรับแก๊ส (BEV_G) และของเหลว (BEV_F) จะติดสว่างขึ้นเสมอเมื่อวาล์วเหล่านี้เปิด (สำหรับเติมเชื้อเพลิงในถังไฮโดรเจน วาล์วเหล่านี้จะต้องเปิด - ไฟ LED สำหรับแต่ละวาล์ว ”BEV_F” และ ”BEV_G” จะต้องติดสว่าง)
- ่จ่ายแก๊สทดสอบให้กับเซ็นเซอร์ H2 :
การดำเนินการซ้ำ : จ่ายแก๊สทดสอบให้กับเซ็นเซอร์ H2 ทั้งสองตัวอย่างต่อเนื่องจนกว่าสัญญาณเตือน H2 จะทำงาน สัญญาณเตือนจะต้องทำงานในแต่ละกรณีที่ 2.0 % ปริมาตร ให้จ่ายแก๊สทดสอบที่ตำแหน่งต่อไปนี้ :
- ดูที่ RA 61 35 H12 (เซ็นเซอร์ NSK)
- ดูที่ RA 61 35 H13 (เซ็นเซอร์คัปปลิงเติมเชื้อเพลิง)
- การตรวจเช็คปฏิกิริยา :
ใช้ฟังก์ชั่นชุดควบคุม : ตรวจเช็คว่า 3.) นำไปสู่ข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติสำหรับเซ็นเซอร์ H2 แต่ละตัวซึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายแก๊สในแต่ละที่หรือไม่ (การทดสอบจะต้องทำให้เกิดการบันทึกความผิดปกติ)
การตรวจสอบด้วยสายตา : ตรวจเช็คจอแสดงผลในแผงหน้าปัด จอแสดงผลสามารถปรากฏขึ้นได้หลังจากเสียบสวิตช์กุญแจแล้วเท่านั้น (= เทอร์มินอล R) จอแสดงผลจะแสดงขึ้นจนกระทั่งมีการส่งสัญญาณไปยังสัญญาณเตือน H2
การตรวจสอบด้วยสายตา : ตรวจเช็คว่าไฟเตือน LED ทั้งสี่ดวงในประตูกะพริบเมื่อมีการจ่ายแก๊สไปที่เซ็นเซอร์ในการตรวจสอบซ้ำแต่ละครั้ง (ไฟ LED จะต้องกะพริบ)
ตรวจเช็คกล่อง FUP : ตรวจเช็คว่ามีการป้องกันการเติมเชื้อเพลิงหรือไม่ สำหรับการป้องกันการเติมเชื้อเพลิง วงจรกระแสไฟฟ้าจะต้องถูกตัด (ไฟ LED ”SS” ที่ติดสว่างอยู่ก่อนหน้านี้จะต้องดับลง) สามารถสังเกตการป้องกันการเติมเชื้อเพลิงได้จากการที่ไฟ LED ”BEV_F” และ ”BEV_G” ดับลง
- ลักษณะที่เห็นได้ชัดและข้อคิดเห็น :
การปฏิบัติ : ให้จดโน้ตเกี่ยวกับลักษณะที่เห็นได้ชัดอื่นๆ และเขียนข้อคิดเห็นไว้
การทดสอบ 3 : การอินเตอร์ล็อคของการสตาร์ทเครื่องยนต์ในระหว่างเติมเชื้อเพลิง
- การเตรียมการ / ทรัพยากรที่ต้องการ :
การปฏิบัติ : พิมพ์คำแนะนำการซ่อมที่เกี่ยวข้อง (RA 16 00 H22 การต่ออะแดปเตอร์วงจรกระแสไฟฟ้า / RA 16 00 H24 การต่อกล่อง FUP)
การปฏิบัติ : ติดอะแดปเตอร์วงจรกระแสไฟฟ้าที่ถังเชื้อเพลงด้านที่ใช้เติม
- การเตรียมสภาพรถยนต์ :
การปฏิบัติ : ปลดล็อคการเติมเชื้อเพลิงของรถยนต์ ให้ทำดังนี้ :
- ปรับรถยนต์ให้อยู่ในตำแหน่งเทอร์มินอล R ทำงาน
- สร้างความดันภายในถังไฮโดรเจนให้น้อยกว่า 5.3 บาร์ความดันสูงเกิน
หมายเหตุ : จะสามารถสร้างความดันดังกล่าวได้ถ้าสั่งงานรถยนต์ในโหมดไฮโดรเจนขณะที่รถอยู่กับที่ และสามารถอ่านค่าความดันสูงเกินได้โดยใช้เมนูที่เกี่ยวข้องในแผงหน้าปัด หรือในฟังก์ชั่นชุดควบคุมก็ได้
- ต้องให้แน่ใจว่าระดับเชื้อเพลิงในถัง (ปริมาณไฮโดรเจนในถัง) มีน้อยกว่า 80 % (น้อยกว่า 7200 กรัม)
- หยุดการทำงานของเครื่องยนต์และปรับคันเลือกเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่ง P และเข้าเบรกจอดรถ (EMF) ไว้
- ปรับรถยนต์ให้อยู่ในสถานะซึ่งไม่มีการเตือนแก๊ส - และไม่มีการเตือนนี้บันทึกไว้หน่วยความจำรหัสความผิดปกติด้วย
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวาล์วปิดระบบเครื่องยนต์ปิดอยู่ (สามารถระบุได้โดยการเรียกรายการสอบถามในฟังก์ชั่นชุดควบคุมสำหรับชุดควบคุม CE)
หมายเหตุ : โดยปกติ ชุดควบคุม CE จะมีลักษณะต่อไปนี้ : วาล์วที่ปิดอยู่จะส่งคืนค่า PWM เป็น 0 % เสมอ
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการบันทึกสัญญาณการชนหรือความผิดปกติที่บันทึกไว้สำหรับการชนที่เคยตรวจพบไปแล้ว อยู่ในหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ (สามารถระบุได้โดยการเรียกรายการสอบถามในฟังก์ชั่นชุดควบคุมสำหรับชุดควบคุม CE) และต้องแน่ใจว่าระบบเซ็นเซอร์จับการชน (ISIS) ทำงาน
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการบันทึกความผิดปกติสำหรับส่วนประกอบใดๆ ของระบบเตือนแก๊สไว้ในหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ
หมายเหตุ : ความผิดปกติที่อาจถูกบันทึกไว้จะต้องได้รับการแก้ไขตามขั้นตอนทางเทคนิคนั้นๆ ก่อนที่จะทำงานอื่นๆ ถ้าเห็นว่าเหมาะสม สามารถที่จะลบหรือไม่พิจารณาความผิดปกติเล็กน้อยของเซ็นเซอร์ได้
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่ของระบบไฟฟ้ารถยนต์ รวมทั้งแบตเตอรี่ CE ได้รับการชาร์จมาอย่างเพียงพอ (มากกว่า 70 %)
หมายเหตุ : สถานะการชาร์จต่ำจะทำให้เกิดข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ
การปฏิบัติ : เรียกขอให้ทำการปลดล็อคการเติมเชื้อเพลิงโดยการกดสวิตช์ฝาปิดที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงสองครั้ง (ฝาปิดที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเปิดออก)
การปฏิบัติ : ต่ออะแดปเตอร์วงจรกระแสไฟฟ้า (ในตอนนี้ รถยนต์จะพร้อมสำหรับเติมเชื้อเพลิงแล้ว)
หมายเหตุ : ไฟ LED ”SS” จะติดสว่างขึ้นที่กล่อง FUP เพื่อยืนยันว่าวงจรกระแสไฟฟ้าถูกต่อแล้ว
ตรวจเช็คกล่อง FUP : ไฟ LED สำหรับวาล์วการเติมสำหรับแก๊ส (BEV_G) และของเหลว (BEV_F) จะติดสว่างขึ้นเสมอเมื่อวาล์วเหล่านี้เปิด (สำหรับเติมเชื้อเพลิงในถังไฮโดรเจน วาล์วเหล่านี้จะต้องเปิด - ไฟ LED สำหรับแต่ละวาล์ว ”BEV_F” และ ”BEV_G” จะต้องติดสว่าง)
- การกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกหรือการสตาร์ทเครื่องยนต์ :
การปฏิบัติ : (พยายาม) สตาร์ทเครื่องยนต์
- การตรวจเช็คปฏิกิริยา :
ตรวจเช็ค : ตรวจเช็คว่าความพยายามในการสตาร์ทเครื่องยนต์นำไปสู่การยกเลิกการเติมเชื้อเพลิงหรือไม่ (การเติมเชื้อเพลิงจะต้องถูกยกเลิก) นอกจากนั้น ให้ตรวจเช็คว่าการสตาร์ทเครื่องยนต์ถูกขัดขวางโดยรีเลย์ล็อคมอเตอร์สตาร์ทแบบแอ็คทีฟหรือไม่ (การสตาร์ทเครื่องยนต์จะต้องถูกขัดขวางโดยรีเลย์ล็อคมอเตอร์สตาร์ทแบบแอ็คทีฟ) สามารถเรียกดู >สถานะของการล็อคมอเตอร์สตาร์ท< ได้ในฟังก์ชั่นชุดควบคุมสำหรับชุดควบคุม CE
- ลักษณะที่เห็นได้ชัดและข้อคิดเห็น :
การปฏิบัติ : ให้จดโน้ตเกี่ยวกับลักษณะที่เห็นได้ชัดอื่นๆ และเขียนข้อคิดเห็นไว้
การทดสอบ 4 : เงื่อนไขในการยกเลิกการเติมเชื้อเพลิง
- การเตรียมการ / ทรัพยากรที่ต้องการ :
การปฏิบัติ : พิมพ์คำแนะนำการซ่อมที่เกี่ยวข้อง (RA 16 00 H22 การต่ออะแดปเตอร์วงจรกระแสไฟฟ้า / RA 16 00 H24 การต่อกล่อง FUP)
การปฏิบัติ : ติดอะแดปเตอร์วงจรกระแสไฟฟ้าที่ถังเชื้อเพลงด้านที่ใช้เติม
- การเตรียมสภาพรถยนต์ :
การปฏิบัติ : ปลดล็อคการเติมเชื้อเพลิงของรถยนต์ ให้ทำดังนี้ :
- ปรับรถยนต์ให้อยู่ในตำแหน่งเทอร์มินอล R ทำงาน
- สร้างความดันภายในถังไฮโดรเจนให้น้อยกว่า 5.3 บาร์ความดันสูงเกิน
หมายเหตุ : จะสามารถสร้างความดันดังกล่าวได้ถ้าสั่งงานรถยนต์ในโหมดไฮโดรเจนขณะที่รถอยู่กับที่ และสามารถอ่านค่าความดันสูงเกินได้โดยใช้เมนูที่เกี่ยวข้องในแผงหน้าปัด หรือในฟังก์ชั่นชุดควบคุมก็ได้
- ต้องให้แน่ใจว่าระดับเชื้อเพลิงในถัง (ปริมาณไฮโดรเจนในถัง) มีน้อยกว่า 80 % (น้อยกว่า 7200 กรัม)
- หยุดการทำงานของเครื่องยนต์และปรับคันเลือกเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่ง P และเข้าเบรกจอดรถ (EMF) ไว้
- ปรับรถยนต์ให้อยู่ในสถานะซึ่งไม่มีการเตือนแก๊ส - และไม่มีการเตือนนี้บันทึกไว้หน่วยความจำรหัสความผิดปกติด้วย
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวาล์วปิดระบบเครื่องยนต์ปิดอยู่ (สามารถระบุได้โดยการเรียกรายการสอบถามในฟังก์ชั่นชุดควบคุมสำหรับชุดควบคุม CE)
หมายเหตุ : โดยปกติ ชุดควบคุม CE จะมีลักษณะต่อไปนี้ : วาล์วที่ปิดอยู่จะส่งคืนค่า PWM เป็น 0 % เสมอ
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการบันทึกสัญญาณการชนหรือความผิดปกติที่บันทึกไว้สำหรับการชนที่เคยตรวจพบไปแล้ว อยู่ในหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ (สามารถระบุได้โดยการเรียกรายการสอบถามในฟังก์ชั่นชุดควบคุมสำหรับชุดควบคุม CE) และต้องแน่ใจว่าระบบเซ็นเซอร์จับการชน (ISIS) ทำงาน
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการบันทึกความผิดปกติสำหรับส่วนประกอบใดๆ ของระบบเตือนแก๊สไว้ในหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ
หมายเหตุ : ความผิดปกติที่อาจมีอยู่แล้วจะต้องได้รับการแก้ไขตามขั้นตอนทางเทคนิคนั้นๆ ก่อนที่จะทำงานอื่นๆ ถ้าเห็นว่าเหมาะสม สามารถที่จะลบหรือไม่พิจารณาความผิดปกติเล็กน้อยของเซ็นเซอร์ได้
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่ของระบบไฟฟ้ารถยนต์ รวมทั้งแบตเตอรี่ CE ได้รับการชาร์จมาอย่างเพียงพอ (มากกว่า 70 %)
หมายเหตุ : สถานะการชาร์จต่ำจะทำให้เกิดข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ
การปฏิบัติ : เรียกขอให้ทำการปลดล็อคการเติมเชื้อเพลิงโดยการกดสวิตช์ฝาปิดที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงสองครั้ง (ฝาปิดที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเปิดออก)
การปฏิบัติ : ต่ออะแดปเตอร์วงจรกระแสไฟฟ้า (ในตอนนี้ รถยนต์จะพร้อมสำหรับเติมเชื้อเพลิงแล้ว)
หมายเหตุ : ไฟ LED ”SS” จะติดสว่างขึ้นที่กล่อง FUP เพื่อยืนยันว่าวงจรกระแสไฟฟ้าถูกต่อแล้ว
ตรวจเช็คกล่อง FUP : ไฟ LED สำหรับวาล์วการเติมสำหรับแก๊ส (BEV_G) และของเหลว (BEV_F) จะติดสว่างขึ้นเสมอเมื่อวาล์วเหล่านี้เปิด (สำหรับเติมเชื้อเพลิงในถังไฮโดรเจน วาล์วเหล่านี้จะต้องเปิด - ไฟ LED สำหรับแต่ละวาล์ว ”BEV_F” และ ”BEV_G” จะต้องติดสว่าง)
- การกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกทั้งแปดอย่าง :
การใช้กล่อง FUP ซ้ำ : ในส่วนต่อไป จะเป็นการตรวจเช็คเงื่อนไขการยกเลิกทั้ง 8 อย่าง หลังจากการกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกแต่ละอย่างแล้ว จะต้องตรวจเช็คปฏิกิริยาในแต่ละกรณีทันที (ดูที่ 4.) ปฏิกิริยาที่กล่าวไว้ใน 4.) สามารถใช้ได้กับเงื่อนไขการยกเลิกแต่ละอย่าง (มีการให้คำอธิบายไว้สำหรับข้อยกเว้นของกฎนี้) เงื่อนไขการยกเลิกแต่ละอย่างมีดังต่อไปนี้ :
- ปรับตั้งความดันภายในถังเชื้อเพลิงให้สูงกว่า 5.95 บาร์ความดันสูงเกิน - การทำงานของสวิตช์ความดันถังเชื้อเพลิง P_Tank 1 หรือ P_Tank 2 ที่กล่อง FUP จะเป็นการเพิ่มความดันภายในถังเชื้อเพลิง
หมายเหตุ : หลังจากการทำงาน ไฟ LED ทั้ง 4 ดวงบนกล่อง FUP ต้องไม่ติดสว่าง
- ปรับตั้งความดันภายในถังเชื้อเพลิงให้สูงกว่า 5.95 บาร์ความดันสูงเกิน - โดยการกระตุ้นการทำงานของสวิตช์ความดันถังเชื้อเพลิง P_Tank 1 รวมถึง P_Tank 2 ที่กล่อง FUP พร้อมกัน
หมายเหตุ : หลังจากการทำงาน ไฟ LED ทั้ง 4 ดวงบนกล่อง FUP ต้องไม่ติดสว่าง
- บิดสวิตช์กุญแจไปที่ ON (นั่นคือ เทอร์มินอล 15 ON) แล้วจึงปลดเบรกจอดรถ (EMF)
- อย่าปรับคันเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่ง P หรือจากตำแหน่ง P ไปตำแหน่ง N
หมายเหตุ : หลังจากมีการกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกแล้ว ไฟ LED ทั้งสี่ดวงบนกล่อง FUP ต้องไม่ติดสว่างเกิน 20 วินาที
- ปล่อยให้ระบบป้องกันการเติมเกินทำงาน - โดยกระตุ้นการทำงานของสวิตช์ L_Stop1 หรือ L_Stop2 บนกล่อง FUP
หมายเหตุ : หลังจากมีการกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกแล้ว ไฟ LED ทั้งสี่ดวงบนกล่อง FUP ต้องไม่ติดสว่างเกิน 20 วินาที
ปล่อยให้ระบบป้องกันการเติมเกินทำงาน - โดยกระตุ้นการทำงานของสวิตช์ L_Stop1 และ L_Stop2 บนกล่อง FUP พร้อมกัน
หมายเหตุ : หลังจากมีการกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกแล้ว ไฟ LED ทั้งสี่ดวงบนกล่อง FUP ต้องไม่ติดสว่างเกิน 20 วินาที
- ปรับความดันถังเชื้อเพลิงให้ต่ำกว่า 0.9 บาร์โดยปล่อยให้อากาศเข้าไปในถังเชื้อเพลิง ซึ่งสามารถทำได้โดยกระตุ้นการทำงานของสวิตช์ความดันถังเชื้อเพลิง P_Tank 1 รวมถึง P_Tank 2 ที่กล่อง FUP พร้อมกัน
หมายเหตุ : หลังจากการทำงาน ไฟ LED ทั้ง 4 ดวงบนกล่อง FUP ต้องไม่ติดสว่าง
- จำลองการชนที่ถูกตรวจพบ - โดยการปรับตั้งสวิตช์ SBK บนกล่อง FUP ให้เป็นตำแหน่งสวิตช์ 1 (สามารถเรียกดู >ค่าอินพุตของเซ็นเซอร์จับการชน< ได้ในฟังก์ชั่นชุดควบคุมสำหรับชุดควบคุม CE)
- ยกเลิกการทำงานเนื่องจากการตัดสัญญาณชุดเติมเชื้อเพลิงออกโดยการเปิดวงจรกระแสไฟฟ้า หมายเหตุ : หลังจากมีการกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกแล้ว ไฟ LED ทั้งสี่ดวงบนกล่อง FUP ต้องไม่ติดสว่างเกิน 20 วินาที
- ตรวจเช็คปฏิกิริยา - จำเป็นหลังจากมีการกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกในแต่ละครั้ง :
การปฏิบัติ : หลังจากตรวจเช็คเงื่อนไขการยกเลิกในแต่ละครั้ง ต้องทำการตรวจเช็คว่าข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติที่เกี่ยวข้องถูกบันทึกหรือไม่ (การใส่ข้อมูลอัตโนมัติจะต้องทำในหน่วยความจำรหัสความผิดปกติในแต่ละกรณี)
ก่อนจะทำการตรวจเช็คเงื่อนไขการยกเลิกถัดไป จะต้องลบความผิดปกติแต่ละตัวที่บันทึกไว้
การตรวจสอบด้วยสายตา : การตรวจเช็คจอแสดงผลในแผงหน้าปัด - สามารถตรวจดูการป้องกันการสตาร์ทเครื่องยนต์ในโหมดไฮโดรเจนได้โดยดูที่การแสดงผลที่เกี่ยวข้องในแผงหน้าปัด เช่น ”ระบบ H2 ถูกรบกวน”
การตรวจสอบกล่อง FUP ด้วยสายตา : ตรวจเช็คว่าการเติมเชื้อเพลิงและรวมทั้งความเป็นไปได้ในการสตาร์ทเครื่องยนต์ในโหมดไฮโดรเจนถูกป้องกันแล้วหรือไม่ สำหรับการป้องกันการเติมเชื้อเพลิง วงจรกระแสไฟฟ้าจะต้องถูกตัด (ต้องได้รับการยืนยันโดยการที่ไฟ LED ”SS” ดับลง)
หมายเหตุ : การป้องกันการเติมเชื้อเพลิงที่กล่าวถึงข้างต้นจะเกิดขึ้นได้หลังจากกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิก b), f) รวมทั้ง g) แล้วเท่านั้น !
- ลักษณะที่เห็นได้ชัดและข้อคิดเห็น :
การปฏิบัติ : ให้จดโน้ตเกี่ยวกับลักษณะที่เห็นได้ชัดอื่นๆ และเขียนข้อคิดเห็นไว้
การทดสอบ 5 : ระบบเตือนแก๊สในโหมด >Driving<
- การเตรียมการ / ทรัพยากรที่ต้องการ :
การปฏิบัติ : พิมพ์คำแนะนำการซ่อมที่เกี่ยวข้อง (RA 61 35 H10 เซ็นเซอร์ไฮโดรเจนในแผงหลังคา / RA 61 35 H11 เซ็นเซอร์ไฮโดรเจนในช่องเก็บสัมภาระ / RA 16 00 H24 การต่อกล่อง FUP)
การปฏิบัติ : ทำเซ็นเซอร์ H2 ทั้งสองตัว (ภายในรถยนต์และช่องเก็บสัมภาระ) ให้สามารถเข้าถึงได้
ตรวจสอบให้แน่ใจ : ว่ามีไฮโดรเจนเพียงพอในถังเชื้อเพลิงสำหรับการสตาร์ทในโหมดไฮโดรเจน
การปฏิบัติ : จัดเตรียมแก๊สทดสอบที่มีความเข้มข้น H2 อยู่ที่ 3.0 เปอร์เซ็นต์ปริมาตร (Vol%) รวมทั้งอะแดปเตอร์เซ็นเซอร์
- การเตรียมสภาพรถยนต์ในแต่ละกรณี :
การปฏิบัติ : สตาร์ทรถยนต์ในโหมดไฮโดรเจน
หมายเหตุ : ฟังก์ชั่นที่ใช้ได้ : การยืนยันว่ารถยนต์ BMW Hydrogen 7 อยู่ในโหมดไฮโดรเจนสามารถทำได้โดยดูการติดสว่างของ ไฟ LED ”MAV” รวมทั้ง ”BEV_G” บนกล่อง FUP
การปฏิบัติ : ปิดหน้าต่างทุกบาน
- ่จ่ายแก๊สทดสอบให้กับเซ็นเซอร์ H2 :
การดำเนินการซ้ำ : จ่ายแก๊สทดสอบให้กับเซ็นเซอร์ H2 ทั้งสองตัวอย่างต่อเนื่องจนกว่าสัญญาณเตือน H2 จะทำงาน สัญญาณเตือนค่าสูงจะต้องทำงานในแต่ละกรณีที่ 2.0 % ปริมาตร ให้จ่ายแก๊สทดสอบที่ตำแหน่งต่อไปนี้ :
- ดูที่ RA 61 35 H10 (รถยนต์ภายใน)
- ดูที่ RA 61 35 H11 (ช่องเก็บสัมภาระ)
การใช้กล่อง FUP ซ้ำ : หลังจากกระตุ้นสัญญาณเตือนทุกครั้ง จะต้องทำการสับเปลี่ยนไปเป็นโหมดน้ำมันเบนซิน สามารถตรวจสอบว่าอยู่ในโหมดน้ำมันเบนซินได้ โดยดูว่าไฟ LED ”MAV” และ ”BEV_G” ดับลง บนกล่อง FUP
- การตรวจเช็คปฏิกิริยา :
การตรวจสอบด้วยสายตา : ตรวจเช็คทุกครั้งหลังจากการสับเปลี่ยนไปเป็นโหมดน้ำมันเบนซินแบบบแมนนวลซึ่งควบคุมโดยกล่อง FUP ว่าเกิดขึ้นตามที่ต้องการ โดยสามารถดูได้จากการแสดงผลที่เกี่ยวข้องในแผงหน้าปัด เช่น ”ระบบ H2 ถูกรบกวน”
ใช้ฟังก์ชั่นชุดควบคุม : ตรวจเช็คว่า 3.) ส่งผลให้มีเกิดข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติในเซ็นเซอร์ H2 แต่ละตัวหรือไม่
การตรวจสอบด้วยสายตา : ตรวจเช็คว่ามีการเปิดกระจกประตูในกรณีที่มีสัญญาณเตือน H2 ภายในหรือไม่ กระจกประตูจะเปิดได้ต่อเมื่อมีการจ่ายแก๊สไปยังเซ็นเซอร์ H2 ภายในรถยนต์ /ห้องโดยสารเท่านั้น
การตรวจสอบด้วยสายตา : ตรวจเช็คจอแสดงผลในแผงหน้าปัด จอแสดงผลสามารถปรากฏขึ้นได้หลังจากเสียบสวิตช์กุญแจแล้วเท่านั้น (= เทอร์มินอล R) จอแสดงผลจะแสดงขึ้นจนกระทั่งมีการส่งสัญญาณไปยังสัญญาณเตือน H2
การตรวจสอบด้วยสายตา : ตรวจเช็คว่าไฟเตือน LED ในประตูกะพริบเมื่อมีการจ่ายแก๊สแต่ละครั้งหรือไม่ (ไฟ LED ต้องกะพริบ)
- ลักษณะที่เห็นได้ชัดและข้อคิดเห็น :
การปฏิบัติ : ให้จดโน้ตเกี่ยวกับลักษณะที่เห็นได้ชัดอื่นๆ และเขียนข้อคิดเห็นไว้
การทดสอบ 6 : ปฏิกิริยาในกรณีที่เกิดการทำงานผิดปกติในโหมด H2
- การเตรียมการ / ทรัพยากรที่ต้องการ :
การปฏิบัติ : พิมพ์คำแนะนำการซ่อมที่เกี่ยวข้อง (RA 16 00 H24 การต่อกล่อง FUP)
ตรวจสอบให้แน่ใจ : ว่ามีไฮโดรเจนเพียงพอในถังเชื้อเพลิงสำหรับการสตาร์ทในโหมดไฮโดรเจน
- การเตรียมสภาพรถยนต์ในแต่ละกรณี :
การปฏิบัติ : สตาร์ทรถยนต์ในโหมดไฮโดรเจน
หมายเหตุ : การยืนยันว่ารถยนต์อยู่ในโหมดไฮโดรเจนสามารถทำได้โดยดูการติดสว่างของ ไฟ LED ”MAV” รวมทั้ง ”BEV_G” บนกล่อง FUP
- การกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิก :
การปฏิบัติ : ปล่อยอากาศเข้าไปในถัง - โดยการกระตุ้นการทำงานของสวิตช์ความดันถังเชื้อเพลิง P_Tank 1 รวมทั้ง P_Tank 2 พร้อมกัน และจะต้องปรับสวิตช์ทั้งสองตัวไปที่ตำแหน่งสวิตช์ < 0.9 บาร์ความดันสูงเกิน
ตรวจเช็คกล่อง FUP : หลังจากกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิก ไฟ LED ”MAV” รวมทั้ง ”BEV_G” จะต้องดับลงทั้งสองดวง
การปฏิบัติ : ปล่อยให้อากาศเข้าไปในถังโดยการกระตุ้นการทำงานสวิตช์ความดันถังเชื้อเพลิง P_Tank 1 และ P_Tank 2 พร้อมกัน และจะต้องปรับสวิตช์ทั้งสองไปที่ตำแหน่งสวิตช์ > 5.95 บาร์ ความดันสูงเกิน
ตรวจเช็คกล่อง FUP : หลังจากกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิก ไฟ LED ”MAV” รวมทั้ง ”BEV_G” จะต้องดับลงทั้งสองดวง
- การตรวจเช็คปฏิกิริยา :
การตรวจสอบด้วยสายตา : ตรวจเช็คหลังจากการสับเปลี่ยนไปเป็นโหมดน้ำมันเบนซินแบบบแมนนวลซึ่งควบคุมโดยกล่อง FUP ว่าเกิดขึ้นตามที่ต้องการ โดยสามารถดูได้จากการแสดงผลที่เกี่ยวข้องในแผงหน้าปัด
ใช้ฟังก์ชั่นชุดควบคุม : ตรวจเช็คว่า 3.) นำไปสู่การเขียนข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ ”การเติมเชื้อเพลิงถูกป้องกัน” ลงในหน่วยความจำรหัสความผิดปกติหรือไม่ (ข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ ”การเติมเชื้อเพลิงถูกป้องกัน” จะต้องถูกเขียนลงในหน่วยความจำรหัสความผิดปกติ)
- ลักษณะที่เห็นได้ชัดและข้อคิดเห็น :
การปฏิบัติ : ให้จดโน้ตเกี่ยวกับลักษณะที่เห็นได้ชัดอื่นๆ และเขียนข้อคิดเห็นไว้
การทดสอบ 7 : การแข็งตัวของสารหล่อเย็นในระบบแลกเปลี่ยนความร้อน
- การเตรียมการ / ทรัพยากรที่ต้องการ :
การปฏิบัติ : พิมพ์คำแนะนำการซ่อมที่เกี่ยวข้อง (RA 16 00 H24 การต่อกล่อง FUP)
ตรวจสอบให้แน่ใจ : ว่ามีไฮโดรเจนเพียงพอในถังเชื้อเพลิงสำหรับการสตาร์ทในโหมดไฮโดรเจน
- การเตรียมสภาพรถยนต์ในแต่ละกรณี :
การปฏิบัติ : สตาร์ทรถยนต์ในโหมดไฮโดรเจน (ตรวจเช็คการแสดงผลที่เกี่ยวข้องบนกล่อง FUP)
- การกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกทั้งสี่อย่าง :
การใช้กล่อง FUP ซ้ำ : ในส่วนต่อไป จะเป็นการตรวจเช็คเงื่อนไขการยกเลิกทั้ง 4 อย่าง หลังจากการกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลิกแต่ละอย่างแล้ว จะต้องตรวจเช็คปฏิกิริยาในแต่ละกรณีทันที (ดูที่ 4.) เงื่อนไขการยกเลิกแต่ละอย่างมีดังต่อไปนี้ :
- ปรับตั้งอุณหภูมิของถังเชื้อเพลิงให้ต่ำกว่า -30 องศาเซลเซียส - โดยการกระตุ้นการทำงานของสวิตช์เลือก T_WT บนกล่อง FUP
- ปรับตั้งอุณหภูมิของวาล์วปิดระบบเครื่องยนต์ให้ต่ำกว่า -30 องศาเซลเซียส - โดยการกระตุ้นการทำงานของสวิตช์เลือก T_MAV บนกล่อง FUP
- ปรับตั้งอุณหภูมิของช่องป้อนสารหล่อเย็นให้ต่ำกว่า -30 องศาเซลเซียส - โดยการกระตุ้นการทำงานของสวิตช์เลือก T_KWVL ที่กล่อง FUP
- ปรับตั้งอุณหภูมิของชุดส่งกลับสารหล่อเย็นเครื่องยนต์ให้ต่ำกว่า -30 องศาเซลเซียส - โดยการกระตุ้นการทำงานของสวิตช์เลือก T_KWRL ที่กล่อง FUP
การตรวจสอบกล่อง FUP ด้วยสายตา : การกระตุ้นเงื่อนไขการยกเลือกแต่ละครั้งต้องทำให้เกิดการสับเปลี่ยนอัตโนมัติจากโหมดไฮโดรเจนไปเป็นโหมดน้ำมันเบนซิน ซึ่งสามารถยืนยันได้โดยการที่ไฟ LED ”MAV” รวมทั้ง ”BEV_G” ที่กล่อง FUP ดับลง
- การตรวจเช็คปฏิกิริยา :
การตรวจสอบด้วยสายตา : ตรวจเช็คทุกครั้งหลังจากการสับเปลี่ยนไปเป็นโหมดน้ำมันเบนซินแบบบแมนนวลซึ่งควบคุมโดยกล่อง FUP ว่าเกิดขึ้นตามที่ต้องการ โดยสามารถดูได้จากการแสดงผลที่เกี่ยวข้องในแผงหน้าปัด เช่น ”ระบบ H2 ถูกรบกวน”
ใช้ฟังก์ชั่นชุดควบคุม : ตรวจเช็คว่า 3.) ทำให้เกิดการเขียนข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติลงในหน่วยความจำรหัสความผิดปกติหรือไม่ (ข้อมูลหน่วยความจำรหัสความผิดปกติจะต้องถูกเขียน)
- ลักษณะที่เห็นได้ชัดและข้อคิดเห็น :
การปฏิบัติ : ให้จดโน้ตเกี่ยวกับลักษณะที่เห็นได้ชัดอื่นๆ และเขียนข้อคิดเห็นไว้